ติดต่อเรา
เปิดทำการ
จันทร์ - ศุกร์ 10.00 - 19.00

ควรส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ อายุเท่าไหร่ดี

20 มกราคม 2025

หลายครอบครัวมักสงสัยว่า ควรส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ อายุเท่าไหร่ดี เพราะการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของลูกไปตลอดกาล ทั้งในแง่การพัฒนาทักษะภาษา การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ และการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมรอบด้าน วันนี้เรามาดูกันว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมในการส่งลูกไปเรียนต่างประเทศคือเมื่อไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ช่วงอายุที่เหมาะสมในการส่งลูกเรียนต่างประเทศ

ช่วงอายุที่เหมาะสมในการส่งลูกเรียนต่างประเทศ

ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ อายุเท่าไหร่ดี? ช่วงอายุที่เหมาะสม คืออายุ 14-15 ปี เพราะเป็นช่วงที่เด็กมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้ มีความพร้อมในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ และยังเป็นวัยทองของการพัฒนาทักษะภาษาที่จะช่วยให้เด็กซึมซับภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ข้อดีของการส่งลูกไปเรียนต่างประเทศช่วงอายุ 14-15 ปี

  • ปรับตัวให้เข้าสู่สภาพแวดล้อมใหม่ได้ง่าย
  • สามารถเรียนรู้และจดจำภาษาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
  • มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะรับผิดชอบการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสร้างรากฐานการศึกษาเพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย
  • มีโอกาสพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา และความเป็นผู้นำ ผ่านกิจกรรมในโรงเรียน
  • สร้างคอนเน็กชันเพื่อนต่างชาติที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต

ปัจจัยที่พ่อแม่ต้องพิจารณาก่อนส่งลูกไปเรียนเมืองนอก

การตัดสินใจส่งลูกเรียนต่างประเทศต้องอาศัยการประเมินรอบด้าน ทั้งความพร้อมทางจิตใจของลูกรัก ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้น พื้นฐานทักษะการใช้ชีวิตประจำวันด้วยตนเอง และที่สำคัญคือความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวเพื่อสนับสนุนให้ลูกเรียนจนสำเร็จการศึกษา

ช่วงประถมศึกษา (อายุต่ำกว่า 11 ปี)

การส่งบุตรหลานเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่ระดับประถม คือการวางรากฐานทางการศึกษาในระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โรงเรียนมัธยมชั้นนำระดับโลกในอนาคต โดยเด็ก ๆ จะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน ทั้งความเข้มข้นทางวิชาการและทักษะชีวิตที่จำเป็น เช่น การคิดวิเคราะห์ ความมั่นใจ และความเป็นอิสระ ช่วยให้พวกเขามีทักษะการสื่อสารที่โดดเด่นและพร้อมรับโอกาสในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 11-15 ปี)

จากสถิติและประสบการณ์กว่า 24 ปีของ CETA พบว่านักเรียนที่เริ่มเดินทางไปเรียนต่อตั้งแต่ระดับมัธยมต้น จะมี “ช่วงเวลาทอง” ในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ภาษา และระบบการเรียนที่แตกต่างได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้น้อง ๆ มีความมั่นใจสูงและสามารถทำผลการเรียนได้โดดเด่นเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับมัธยมปลายที่มีความเข้มข้นทางวิชาการมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการบ่มเพาะความเป็นผู้นำ (Leadership) และทักษะการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโปรไฟล์ที่แข็งแกร่งเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับจากกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Ivy League, Russell Group หรือ Group of Eight ได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย (อายุ 16-18 ปี)

ช่วงวัยนี้คือโค้งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยนักเรียนจะได้เข้าสู่หลักสูตรเฉพาะทางที่เข้มข้นอย่าง หลักสูตร A Level หรือ หลักสูตร IB คือการเจาะลึกในรายวิชาที่สอดคล้องกับคณะในฝันและเป้าหมายอาชีพในอนาคต การเรียนในระดับนี้ไม่เพียงแต่เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ยังมุ่งเน้นการฝึกทักษะการวิจัยและการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อสร้างโปรไฟล์ที่โดดเด่นสะดุดตามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก พร้อมทั้งพัฒนาวุฒิภาวะและความเป็นอิสระอย่างเต็มที่ เพื่อก้าวสู่การใช้ชีวิตในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จ

ช่วงอุดมศึกษา (อายุ 18 ปีขึ้นไป)

การส่งลูกเรียนต่างประเทศในระดับมหาวิทยาลัยมีจุดแข็งด้านความชัดเจนในเป้าหมายอาชีพ เด็กจะมีความรับผิดชอบสูงและมีอิสระในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ในด้านภาษาอาจต้องใช้ความพยายามในการปรับตัวมากกว่าเด็กเล็กคำแนะนำสำหรับช่วงวัยนี้คือควรมุ่งเน้นไปที่สถานศึกษาที่มีชื่อเสียงในสาขาวิชาที่ลูกต้องการประกอบอาชีพในอนาคต และควรมีการเตรียมตัวด้านวิชาการที่แข็งแกร่งก่อนเดินทาง

 

เตรียมความพร้อมอย่างไรก่อนส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ

เตรียมความพร้อมอย่างไรก่อนส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ

การส่งลูกไปเรียนต่อมัธยมต่างประเทศ นอกจากการเลือกช่วงอายุที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งตัวผู้ปกครองและตัวเด็กเอง มาดูกันว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

 

การเตรียมความพร้อมด้านภาษา

การเตรียมพื้นฐานภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับการไปเรียนต่างประเทศ โดยผู้ปกครองควรส่งเสริมให้ลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมที่สนุกและน่าสนใจ เช่น การดูซีรีส์ภาษาอังกฤษ การฟังเพลง หรือการพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ นอกจากนี้ ลองให้น้อง ๆ สมัครเรียนคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ หรือสมัครเรียนในโรงเรียนนานาชาติก็เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับลูก

 

การเตรียมความพร้อมด้านการใช้ชีวิต

การใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กวัย 14-15 ปี ผู้ปกครองควรฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบในการดูแลตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่การจัดการเวลา การดูแลความสะอาดห้องพัก รวมถึงการบริหารจัดการเงิน การสร้างวินัยในการใช้ชีวิตประจำวันเหล่านี้จะช่วยให้ลูกปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น และมีความพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

 

การเลือกประเทศและสถานศึกษา

การเลือกประเทศและสถานศึกษาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการเรียนต่างประเทศของลูก ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพการศึกษา หลักสูตรที่เปิดสอน บรรยากาศการเรียนรู้ ความปลอดภัย สภาพแวดล้อม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ที่ CETA เรามีโปรแกรมเรียนต่อมัธยมต่างประเทศในประเทศชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษที่มีระบบการศึกษาคุณภาพ ออสเตรเลียที่มีคุณภาพชีวิตระดับท็อป นิวซีแลนด์ที่สวยงามและปลอดภัย แคนาดาที่เป็นมิตรกับนักเรียนต่างชาติ หรืออเมริกาที่ระบบการศึกษาเป็นที่ยอมรับระดับสากลโลก 

นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในอังกฤษมัธยม โรงเรียนมัธยมในออสเตรเลีย โรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ โรงเรียนมัธยมในแคนาดา และโรงเรียนมัธยมในอเมริกาให้เลือกอีกเพียบ ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำในการเลือกประเทศที่ตอบโจทย์น้อง ๆ ที่สุด และดำเนินการสมัครเรียนให้ได้

 

การวางแผนด้านการเงินกับเอเจนซี่

การวางแผนด้านการเงินเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดหลักสูตร ผู้ปกครองควรวางแผนงบประมาณล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อความมั่นคงทางการศึกษาของลูกรักในระยะยาว ทั้งนี้ท่านสามารถขอรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ CETA เพื่อช่วยวิเคราะห์และค้นหาสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์งบประมาณที่วางไว้ได้อย่างลงตัวที่สุด ช่วยให้แผนการเรียนต่อต่างประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่นและคุ้มค่า

ตารางสรุปเปรียบเทียบ ส่งลูกเรียนต่างประเทศช่วงไหน เหมาะกับใคร?

ช่วงอายุ (ระดับการศึกษา)ข้อดีหลักสิ่งที่ต้องระวังเหมาะสำหรับใคร
ประถม (ต่ำกว่า 11 ปี)ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะภาษาได้อย่างดีเยี่ยมเสมือนเจ้าของภาษา พร้อมซึมซับประสบการณ์การเรียนที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะชีวิตรอบด้านอย่างสมบูรณ์Homesick และต้องการการดูแลสูงเหมาะสำหรับครอบครัวที่มองหาระบบการศึกษาที่มีความ Balance พร้อมความยืดหยุ่นในการเลือกแนวทางการดูแลบุตรหลาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปดูแลอย่างใกล้ชิด หรือการเลือกโรงเรียนประจำที่มีระบบการดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างเหมาะสม
มัธยม (11-18 ปี)ม.ต้นปรับตัวง่าย, โรงเรียนมีเวลาดูแลเด็กได้ดี เพื่อเพิ่มโอกาสที่น้องจะทำคะแนนได้ดีเพื่อเตรียมน้องเข้ามหาวิทยาลัยได้ , พัฒนาวุฒิภาวะยอดเยี่ยมต้องเลือกโรงเรียนที่ระบบดูแลดี ต้องเลือกโรงเรียนที่เหมาะกับน้องแต่ละคนเพื่อที่จะดูแลได้ตรงจุดเด็กที่ต้องการอิสระและการพัฒนาตัวเอง และเหมาะกับเด็กที่ต้องการมีเวลาในการปรับพื้นฐานภาษา 
ม.ปลายได้พัฒนาทักษะชีวิต (Life skill) ได้มีวิชาเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ หรือ สายอาชีพเฉพาะทางเมื่อเทียบกับการไปเรียนตั้งแต่ม.ต้น การมาเรียนตอนม.ปลาย น้องจะมีเวลาปรับตัวน้อยกว่า เนื่องจากใกล้ช่วงที่จะเตรียมสอบเพื่อเข้ามหาวอทยาลัยเหมาะกับเด็กที่ต้องการพัฒนาทักษะชีวิต และ ควรเป็นเด็กที่มีพื้นฐานด้านภาษาที่ดีในระดับนึง
มหาวิทยาลัย (18 ปีขึ้นไป)ชัดเจนในสายอาชีพ, ดูแลตัวเองได้ปรับตัวเรื่องภาษาได้ช้ากว่าเด็กเล็กเด็กที่มีวินัยและเป้าหมายชัดเจน

สรุปบทความ

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นที่สุด CETA แนะนำว่าควรเริ่มวางแผนกับผู้เชี่ยวชาญล่วงหน้า 1-2 ปี หรือตั้งแต่น้องอายุประมาณ 11-12 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านภาษา การค้นหาตัวตน และการจองที่นั่งในโรงเรียนชั้นนำที่มีการแข่งขันสูง การเริ่มต้นเร็วจะช่วยให้มีเวลาคัดเลือกโรงเรียนที่ “Match” กับลูกรักได้ดีที่สุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้น้อง ๆ ก่อนก้าวสู่โลกกว้างอย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งเราพร้อมเป็นที่ปรึกษาในการสร้างรากฐานที่มั่นคงและอนาคตที่สดใสให้กับลูกของคุณในทุกขั้นตอน

CETA เป็นผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม Summer Course การทดลองเรียนระยะสั้น Short-term และการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่ต่างประเทศ พร้อมประสบการณ์ในวงการศึกษาต่อต่างประเทศมากกว่า 24 ปี สอบถามรายละเอียดต่าง ๆ จาก CETA ได้ที่

คำถามที่พบบ่อย

ส่งลูกเรียนต่างประเทศ เริ่มตอนอายุเท่าไหร่ดีที่สุด?

จากประสบการณ์ของ CETA ช่วงอายุ 14-15 ปี (Year 8-9) คือช่วงที่เหมาะสมที่สุด เพื่อที่เด็กจะได้มีเวลาปรับตัวให้มีความพร้อมทั้งวุฒิภาวะและการซึมซับภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยมก่อนเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย

ถ้าลูกยังไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไปเรียนต่อได้ไหม?

ไปเรียนได้ค่ะ โรงเรียนมัธยมในต่างแดนส่วนใหญ่มีหลักสูตร ESL หรือการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าชั้นเรียนปกติ หรืออาจเริ่มจากการส่งไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศเพื่อปรับพื้นฐานก่อนก็ได้

ส่งลูกไปเรียนคนเดียว ปลอดภัยไหม? ใครจะดูแล?

ปลอดภัยสูงมากค่ะ หากเลือกโรงเรียนแบบ Boarding School จะมี House Parents คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้แน่นอน

ช่องทางติดต่อ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

Line
Messenger
Call Us
Start a chat with us...

ประเทศที่ท่านสนใจ

ประเภทของโรงเรียนที่ท่านสนใจ

ชายล้วน

หญิงล้วน

สหศึกษา

ประเภทของที่พักอาศัย

ทั้งหมด

หอพัก

โฮมสเตย์

ไป-กลับ

ค่าใช้จ่ายต่อปี

ทั้งหมด

ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

1 - 2 ล้านบาท

มากกว่า 2 ล้านบาท

ความต้องการพิเศษ

ทั้งหมด

Elite

Top Academic

STEM

STEAM

STEAM

Art & Performance

Special Needs

University Pathway

Art & Performance

ทั้งหมด

Art

Music

Drama

Sports

ทั้งหมด

Swimming

Golf

Football

Chat with us
Chat with us