เมื่อถึงช่วงปิดเทอม หลายครอบครัวมักจะกังวลว่าลูกจะใช้เวลาว่างอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเรียนซัมเมอร์จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ผู้ปกครองหลายคนพิจารณา แต่หลายท่านอาจยังสงสัยว่าเรียนซัมเมอร์คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง วันนี้ CETA จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนซัมเมอร์อย่างละเอียด พร้อมแนะนำข้อมูลที่จำเป็นก่อนตัดสินใจ
เรียนซัมเมอร์คืออะไร
การเรียนซัมเมอร์ เป็นหลักสูตรการเรียนพิเศษในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนปกติ โดยมีรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย ทั้งการเรียนเสริมวิชาการ การฝึกทักษะภาษา กิจกรรมสร้างสรรค์ และการพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งแต่ละหลักสูตรจะมีระยะเวลาเรียนที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความเข้มข้นของหลักสูตร
ประโยชน์ของการเรียนซัมเมอร์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้
ได้รู้กันเบื้องต้นแล้วว่า เรียนซัมเมอร์คืออะไร ต้องบอกว่า การเรียนซัมเมอร์ไม่ใช่แค่การเรียนพิเศษธรรมดา แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียนในหลากหลายด้าน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. พัฒนาทักษะและความรู้ในช่วงปิดเทอม
การเรียนซัมเมอร์ เป็นโอกาสอันดีในการต่อยอดความรู้และทักษะที่มีอยู่ โดยเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าการเรียนปกติ ทำให้สนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้ หลักสูตรซัมเมอร์ยังมักจะนำเสนอเนื้อหาที่นอกเหนือจากในตำราเรียน ทำให้ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างและหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
2. เสริมสร้างทักษะทางสังคมและการปรับตัว
การเรียนซัมเมอร์ น้อง ๆ จะได้พบปะเพื่อนใหม่จากต่างห้อง ต่างโรงเรียน หรือต่างภูมิหลัง ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคมและการปรับตัวที่สำคัญ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะติดตัวไปใช้ในการเรียนระดับสูงขึ้นและการทำงานในอนาคต
3. เตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนในเทอมถัดไป
การเรียนซัมเมอร์ช่วยให้เด็ก ๆ มีความพร้อมสำหรับการเรียนในภาคการศึกษาถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาหลักที่ต้องใช้ความเข้าใจต่อเนื่อง เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ การได้ทบทวนและเรียนล่วงหน้าจะช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจมากขึ้น และสามารถเรียนรู้เนื้อหาใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนซัมเมอร์มีกี่รูปแบบ
ปัจจุบันการเรียนซัมเมอร์มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่เรียนในโรงเรียนเสมอไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของทั้งผู้ปกครองและผู้เรียนเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้
1. เรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ
การไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ เป็นโอกาสที่จะได้พัฒนาทักษะภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ โดยตรง ผู้เรียนจะได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ต้องสื่อสารภาษาต่างประเทศตลอดเวลา ได้เรียนรู้จากเจ้าของภาษา และได้ทำความรู้จักเพื่อนจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังได้เปิดโลกทัศน์ผ่านการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
ปัจจุบันมี Agency หลายแห่งจัดโปรแกรมซัมเมอร์ต่างประเทศ อย่าง CETA เอง เรามีคอร์สซัมเมอร์ต่างประเทศ ที่จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้ในโรงเรียนชั้นนำของประเทศนั้น ๆ เสมือนเป็นนักเรียนจริง ๆ ของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ พร้อมพี่ Group leader ที่คอยดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดตลอดโปรแกรม นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว น้อง ๆ ยังได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน ท่องเที่ยว และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
2. เรียนซัมเมอร์ในไทย
สำหรับการเรียนซัมเมอร์ในประเทศไทย มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งหลักสูตรที่จัดโดยโรงเรียนช่วงปิดเทอม Summer Camp ของสถาบันกวดวิชา หรือองค์กรการศึกษาต่าง ๆ โดยแต่ละที่จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น การเน้นวิชาการ การพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน หรือการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ข้อดีคือค่าใช้จ่ายไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการเรียนต่างประเทศ และผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิด
เรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศดีไหม
อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า การส่งลูกเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศน่าสนใจไม่น้อย แต่หากผู้ปกครองท่านใดยังลังเลอยู่ เราขอสรุปข้อดีของการเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศมาฝากกัน
- ได้พัฒนาภาษาอังกฤษแบบก้าวกระโดด เพราะได้ใช้ภาษาในชีวิตประจำวันตลอดเวลา ทั้งในห้องเรียน หอพัก และระหว่างทำกิจกรรม
- ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเอง สร้างความรับผิดชอบและวินัยในตนเอง
- เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่ ๆ ผ่านการเรียนรู้วัฒนธรรม การใช้ชีวิต และการทำความรู้จักเพื่อนจากหลากหลายประเทศ
- พัฒนาทักษะการปรับตัวและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการศึกษาต่อและการทำงานในอนาคต
แม้การเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเรียนในประเทศ แต่ประสบการณ์และทักษะที่ได้รับนั้นประเมินค่าไม่ได้
สรุปบทความ
หวังว่าบทความนี้จะทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า เรียนซัมเมอร์คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ซึ่งการเรียนซัมเมอร์เป็นโอกาสที่น้อง ๆ จะได้พัฒนาตนเองระหว่างปิดภาคเรียน ไม่ว่าจะเลือกเรียนในประเทศหรือต่างประเทศ เด็ก ๆ จะได้รับประโยชน์ทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิต ดังนั้นผู้ปกครองสามารถเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของน้อง ๆ ได้เลย
สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตรซัมเมอร์ต่างประเทศ CETA ขอแนะนำ โครงการ Summer Course สุดปัง กับโปรแกรมที่น่าสนใจไม่ซ้ำใคร ทั้งคอร์สซัมเมอร์ อังกฤษ และคอร์สซัมเมอร์ ออสเตรเลีย ดูแลโดยพี่ Group leader มากประสบการณ์ตลอดทั้งโปรแกรม ได้ทั้งความรู้ควบคู่ความสนุก คุณพ่อคุณแม่วางใจ ลูก ๆ แฮปปี้!
CETA เป็นผู้เชี่ยวชาญโครงการ Summer Course โครงการทดลองเรียนระยะสั้น และการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่ต่างประเทศ พร้อมประสบการณ์ในวงการศึกษาต่อต่างประเทศมากกว่า 20 ปี สอบถามรายละเอียดโครงการต่าง ๆ จาก CETA ได้ที่
- เบอร์โทร : +66 (0) 2712 5300,
- อีเมล : [email protected]
- Line : @CETA
- Facebook Page : CETA Worldwide Education
- Instagram : ceta_worldwide_education
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียนซัมเมอร์
ไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ ได้ประโยชน์อะไรบ้างที่หาไม่ได้ในไทย?
การเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศกับ CETA ช่วยสร้าง Life Skills ผ่านการใช้ชีวิตในโรงเรียนมัธยมจริง น้อง ๆ จะได้ฝึกแก้ปัญหา พึ่งพาตนเอง และสื่อสารภาษาอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศการเรียนและกิจกรรมนานาชาติที่ช่วยเสริมสร้างวุฒิภาวะและความมั่นใจได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนกว่าในห้องเรียนปกติ
ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย จะไปเรียนซัมเมอร์ได้ไหม?
ไปได้แน่นอน เพราะหลักสูตรซัมเมอร์ออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกระดับ โดยจะมีการทดสอบเพื่อจัดเข้าชั้นเรียนที่เหมาะสม การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาจริงจะช่วยให้น้อง ๆ กล้าสื่อสารและเก่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว
การเรียนซัมเมอร์ เหมาะกับเด็กวัยไหน?
ช่วงอายุ 11-17 ปีคือวัยทองแห่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุด แต่สำหรับน้องที่อายุต่ำกว่า 11 ปีก็ไม่ต้องกังวล เพราะ CETA มีโปรแกรมพิเศษที่ออกแบบให้ผู้ปกครองสามารถเดินทางไปดูแลและร่วมสัมผัสประสบการณ์ เรียนซัมเมอร์ ไปพร้อมกับลูกรักได้อย่างอุ่นใจ
ไปเรียนซัมเมอร์ช่วงไหนเหมาะสมที่สุด?
ไม่มีช่วงเวลาไหนดีที่สุด มีเพียงช่วงที่ใช่สำหรับปิดเทอมของน้อง ๆ หากไปช่วงมีนาคม–เมษายน หรือตุลาคม จะได้สัมผัสบรรยากาศแบบ Immersion เรียนร่วมกับนักเรียนอังกฤษจริงเพื่อฝึกภาษาอย่างเต็มที่ ส่วนช่วงกรกฎาคมจะเหมาะกับนักเรียนอินเตอร์ เน้นบรรยากาศสากลและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อนทั่วโลกในกิจกรรมที่หลากหลายและสนุกสนาน



