เรียนต่อมัธยมสหรัฐ (USA)เรียนต่อมัธยมนิวซีเลนด์ (NEW ZEALAND)เรียนต่อมัธยมแคนาดา (CANADA)เรียนต่อมัธยมออสเตรเลีย (AUSTRALIA)

เรียนต่อมัธยมอังกฤษ รายชื่อโรงเรียนอังกฤษ โรงเรียนประจำในอังกฤษ สหราชอาณาจักร (UNITED KINGDOM)

หลักสูตรมัธยมศึกษา

CETA เราเป็นตัวแทนของโรงเรียนมัธยมในอังกฤษมากกว่า 50 แห่ง

หลักสูตรการเรียนในระดับมัธยมในอังกฤษครอบคลุมสาขาวิชาที่หลากหลายและยังมีกิจกรรมนอกหลักสูตรอีกมากมายทั้งนี้โรงเรียนมัธยมที่สามารถรองรับนักเรียนต่างชาติได้จะเป็นโรงเรียนเอกชนแบบมีหอพัก (Boarding Scool)

โรงเรียนมัธยมในอังกฤษ

เรียนต่อมัธยม

อังกฤษ

ดียังไง ?

หลักสูตรที่มีคุณภาพ

หลักสูตรการเรียน
การสอนมีคุณภาพ

ได้ใช้ภาษากับเจ้าของภาษา

ได้ฝึกใช้ภาษา
กับเจ้าของภาษา

มีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

มีมาตรฐานการเรียน
การสอนที่ได้รับ
การยอมรับทั่วโลก

 เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย

ได้เรียนรู้วัฒนธรรม
ที่หลากหลาย

มีทุนการศึกษาให้นักเรียนต่างชาติ

มีทุนการศึกษา
มากมายให้นักเรียน
ต่างชาติ

มีความมั่นใจ ความรับผิดชอบ พร้อมเผชิญโลก

มีความมั่นใจ
ความรับผิดชอบ
พร้อมเผชิญโลก

 โอกาสเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ

โอกาสในการเรียนต่อ
ปริญญาตรีใน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ

โอกาสในการทำงานที่ดี

โอกาสในการ
ทำงานที่ดี

เกี่ยวกับสหราชอาณาจักร ภูมิประเทศโดยทั่วไป

สหราชอาณาจักรตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของภาคพื้นทวีปยุโรป ประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ เกาะบริเทนใหญ่ (Great Britain) ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศอังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ รวมเข้าด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ โดยมีประเทศที่ใหญ่ที่สุด คือ อังกฤษ ลักษณะของภูมิประเทศจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขา โดยเฉพาะสก็อตแลนด์ที่มีภูเขาสูงที่สุดในหมู่เกาะอังกฤษ ทางด้านใต้ส่วนมากเป็นแผ่นดินนูนต่ำ และยังมีเกาะน้อยใหญ่อีกกว่าพันเกาะ

ข้อได้เปรียบของการศึกษา มัธยมอังกฤษ

  1. ประเทศอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ความปลอดภัยสูง มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เก่าแก่ หากส่งบุตรหลานไปเรียน มัธยมอังกฤษ สามารถมั่นใจได้ว่าบุตรหลานของท่านจะได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากการสื่อสารภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอีกด้วย
  2. มัธยมอังกฤษ มีมาตรฐานการศึกษาอยู่ในแถวหน้าของโลก โดยมัธยมอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของระบบการศึกษาของโลกทางด้านมาตรฐานระบบการศึกษา
  3. หลักสูตรมัธยมอังกฤษมีความหลากหลายของสาขาวิชา เพื่อให้นักเรียนได้เลือกวิชาเรียนเหมาะสมกับตนเอง
  4. การเรียนต่อโรงเรียน มัธยมอังกฤษ ไม่เพียงมอบความเป็นเลิศด้านวิชาการให้กับนักเรียน แต่ยังมีส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้เป็นอย่างดี

กรุณาเลือกโรงเรียนที่เหมาะสม

รายชื่อโรงเรียนมัธยมอังกฤษ

โรงเรียนประเภทโรงเรียนประเภทที่พักอาศัยเมือง

1. Abbots Bromley School for Girls

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Abbots Bromley School was founded in 1874. The school consists of two entities

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Abbots Bromley UK

2. Abingdon School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Abingdon School is a leading private school with a history of over 750 years. The school ...

โรงเรียนชายล้วน

หอพัก

Abingdon UK

3. Adcote School for Girls

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Adcote School for Girls is a small school that was founded in 1907.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Shrewsbury UK

4. Alexanders College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Alexanders College, founded in 1984, is a coeducational school for international students in particular.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Woodbridge

5. Badminton School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Badminton School is a private school for girls with boarding option.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Bristol UK

6. Bedford School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bedford School is a school for boys aged 7 to 18 years which was founded in 1552. Bedford Boys School aims for academic excellence and good students’ test scores.

โรงเรียนชายล้วน

หอพัก

Bedford UK

7. Bellerbys College

โรงเรียนอังกฤษ

ellerbys College was founded in 1959 and is dedicated to preparing students for university.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก โฮมสเตย์

Brighton UK

8. Bishopstrow College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bishopstrow College is a boarding school that offers courses to prepare and improve students’ English Language skills for students who would like to study at a boarding school in the UK.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Bishopstrow UK

9. Bosworth Independent College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bosworth Independent College was founded in 1977 and is open to secondary education student...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Northampton UK

10. Box Hill School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Box Hill School is a coeducational school for students between 11 and 18 years old.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Surrey UK

11. Brighton College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Brighton College is a leading private school in England. Founded in 1845 and open to both male and female students from the age of 3-18 years old,

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

East Sussex UK

12. Bromsgrove School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bromsgrove School is one of the best private schools in the UK which was established over 450 years ago and is open to students between 2 and 18 years old.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Worcestershire

13. Cardiff Sixth Form College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Cardiff Sixth Form College is an educational institution that focuses on excellence and success of all its students.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Cardiff UK

14. Cheltenham College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Cheltenham College is a coeducational school, founded in 1841 and located in Cheltenham, which is far from London to the east of England.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Cheltenham UK

15. Concord College

โรงเรียนอังกฤษ

Concord College is an international school that accepts students from all over the world from 13 to 19 years of age.

โรงเรียนสหศึกษา

โฮมสเตย์

Shrewsbury UK

16. Durham School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Durham School is a co-educational boarding school established since 1414. For 600 years Durham School...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Durham UK

17. Farlington School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Farlington is an all-girl with optional boarding for students who lives too far for daily travel to and from school.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Horsham UK

18. Glenalmond College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Glenalmond College is a boarding coeducational school, open to students aged 12-18 years. Founded in 1847,

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Perth UK

19. Harrogate Ladies’ College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Harrogate Ladies’ College was founded in 1893 as an all-girl school with an extensive history in academic excellence, sports,

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Harrogate UK

20. Kingswood School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Kingswood School was founded in 1748 by John Wesley, a person who is regarded as an influential figure in the 18th century...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Bath UK

21. Mayfield School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Since its foundation over 150 years ago, Mayfield has become one of Britain’s leading Catholic girls’ schools.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Mayfield UK

22. Moira House Girls School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moira House accepts application from students between 2 to 18 years old for admission into preschool all the way to Year 13.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Eastbourne UK

23. Moorland School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moorland School is located on the edge of the historic town of Clitheroe.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Clitheroe UK

24. Moreton Hall

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moreton Hall School was founded in 1913 and is open to students from Kindergarten to Year 13 (high school is for girls only).

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Oswestry UK

25. Moyles Court

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moyles Court School is well-established with a history of more than 50 years as a school and is housed in a 16th

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Ringwood UK

26. Myddelton College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Myddelton College is a new school open to students in September. The school has a concept that....

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Denbigh UK

27. Oswestry School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Oswestry School is a coeducational school with the option for students who are not able to travel daily to and from school to stay at the school dorms.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Oswestry UK

28. RHS, The Royal Hospital School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

The School was founded in 1712 by Royal Charter to ‘improve navigation’ through education, preparing boys for service in the Royal Navy....

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Suffolk UK

29. Rossall School

โรงเรียนอังกฤษ

Rossall School is one of the country’s leading independent co-educational boarding and day schools, in a picturesque and historic setting on the Lancashire coastline.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก โฮมสเตย์

Fleetwood UK

30. Scarborough College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Scarborough College is an Independent Day and Boarding School for Boys and Girls aged 3 to 18 years.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Scarborough UK

31. St Edmund’s College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Edmund’s College is a coeducational Catholic Orthodox School founded in 1568, which currently has about 630 students in total.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Herts UK

32. St Leonards School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Leonards School is an outstanding academics school that offers both day and boarding programs.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Brighton East UK

33. St Michael’s School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Michael’s School, established in 1923, is a leading private school in Wales and ranked in the top 100 private schools in the UK.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Llanelli UK

34. St. Michael’s College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Michael’s College is a small school that strongly focuses on improving student’s achievements.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Tenbury UK

35. Strathallan School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Strathallan School is one of Scotland’s leading boarding and day schools located on a beautiful 153 acre campus in rural Perthshire.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Perth UK

36. Taunton School

โรงเรียนอังกฤษ

Taunton School is a coeducational school with the option to stay at the school dorms for students who are not able to travel to and from school on a daily basis.

โรงเรียนสหศึกษา

โฮมสเตย์

Taunton UK

37. The Abbey College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Abbey College was founded in 1874; located in the heart of England, the school campus spans over a 70 acres land that is surrounded by nature.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Malvern UK

38. The Royal School Wolverhampton

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

The Royal Wolverhampton School is a coeducational school founded in 1850

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

UK Wolverhampton

39. Tonbridge School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Tonbridge School is one of the leading boys’ boarding schools in the country and highly respected internationally, was founded in 1553.

โรงเรียนชายล้วน

หอพัก

Tonbridge UK

40. Trent College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Trent College is a happy and flourishing co-educational, HMC, Independent Day and Boarding School for boys

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Northampton UK

41. Trinity School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Trinity School is a leading co-educational school open to students from the age of 4-19 years.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Devon UK

42. Truro School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Truro School is boarding school coeducational school. Admission is open to students aged 3 to 18 and...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Truro UK

43. Warminster School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Warminster School was founded in 1707 and built on the basis of excellence in teaching academic courses.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Warminster

44. Windermere School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Windermere School was founded in 1863 as a private, coeducational school open to students aged 2 – 18 years.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Windermere

45. Wycliff College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Wycliffe is a thriving day and boarding school for boys and girls aged from 2 to 18,

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Stonehouse UK

ประเทศและเมืองที่น่ารู้จัก

สหราชอาณาจักรประกอบ ด้วย 4 ประเทศ ได้แก่

  • อังกฤษ (England) มีเมืองหลวง คือ ลอนดอน (London)
  • สก็อตแลนด์ (Scotland) มีเมืองหลวง คือ เอดินบะระ (Edinburgh)
  • เวลส์ (Wales) มีเมืองหลวง คือ คาร์ดิฟฟ์ (Cardiff)
  • ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) มีเมืองหลวง คือ เบลฟัสต์ (Belfast)

การเดินทางจากประเทศไทย

สหราชอาณาจักรมีสนามบินนานาชาติอยู่หลายเมือง แต่สายการบินส่วนใหญ่จะลงที่ London Heathrow Airport เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองลอนดอน และง่ายต่อการเดินทางไปยังเมืองอื่น นักเรียนสามารถเลือกแบบบินตรง (Direct Flight) โดยสายการบินไทย อีวาแอร์ บริติชแอร์เวย์ส และแควนตัสแอร์เวย์ส ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง หรือแบบแวะเปลี่ยนเครื่อง (Connecting Flight) ทั้งนี้ ระยะเวลาการบินจะขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ส เอมิเรตส์ เอทิฮัด เจ็ตแอร์เวย์ส และ กาตาร์แอร์เวย์ส

สภาพภูมิอากาศ

เนื่องจากภูมิประเทศเป็นเกาะ จึงมีสภาพอากาศที่หลากหลายตลอดปี อากาศทั่วไปจะค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง มีฝนตกมากทางภาคตะวันตก อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวเฉลี่ยอยู่ที่ -5 ถึง 7 องศาเซลเซียส มีหิมะมากในทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูร้อนเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 28 องศาเซลเซียส ทางภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้จะอุ่นกว่าภูมิภาคอื่น กล่าวโดยรวมแล้ว สหราชอาณาจักรมีทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่

  • ฤดูใบไม้ผลิ : มีนาคม – พฤษภาคม
  • ฤดูร้อน : มิถุนายน – สิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ร่วง : กันยายน – พฤศจิกายน
  • ฤดูหนาว : ธันวาคม – กุมภาพันธ์

อังกฤษ

  • เมืองหลวง ลอนดอน
  • พื้นที่ 242,514 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 51.5 ล้านคน (ข้อมูล ณ ตุลาคม พ.ศ. 2558)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

เวลส์

  • เมืองหลวง คาร์ดิฟฟ์
  • พื้นที่ 20,779 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 3.1 ล้านคน (ข้อมูล สิงหาคม พ.ศ. 2556)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

ไอร์แลนด์เหนือ

  • เมืองหลวง เบลฟัสต์
  • พื้นที่ 13,843 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 1.8 ล้านคน (ข้อมูล สิงหาคม พ.ศ. 2556)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

สก็อตแลนด์

  • เมืองหลวง เอดินบะระ
  • พื้นที่ 78,772 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 5.3 ล้านคน (ข้อมูล สิงหาคม พ.ศ. 2556)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

เขตเวลา

เวลาที่สหราชอาณาจักรนั้นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง โดยปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนตุลาคม เวลาจะช้ากว่าประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมีนาคม เวลาจะช้ากว่าประมาณ 7 ชั่วโมง

วัฒนธรรมและความเป็นอยู่

คนอังกฤษได้รับการขนานนามว่า “ผู้ดี” สาเหตุมาจากลักษณะอากาศที่หลากหลายในแต่ละวัน ทำให้ผู้คนต้องใส่หมวก สวมเสื้อโค้ท และถือร่ม ซึ่งเป็นชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อยราวกับผู้ดี ประกอบกับส่วนใหญ่มีบุคลิกที่เป็นทางการ และไม่ชอบแสดงออกเปิดเผยในที่สาธารณะนัก เราจะไม่ค่อยเห็นคนอังกฤษพูดคุยกับผู้โดยสารคนอื่นบนรถขนส่งมวลชน หรือส่งเสียงโห่ร้องขณะชมมหรสพการแสดง เพราะถือเป็นมารยาททางสังคมของทางสหราชอาณาจักร จากบุคลิกภายนอกที่เห็น ทำให้ชาวต่างชาติมักเข้าใจว่า คนอังกฤษไม่เป็นมิตร แต่ความจริงแล้ว คนอังกฤษมีความเห็นอกเห็นใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นอย่างมาก

ระบบการเรียนการสอน

จุดเด่นของสถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักร ทั้งระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย คือ ส่วนใหญ่เป็นสถาบันเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนาน และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะโรงเรียนมัธยมในอังกฤษนั้น ได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของระบบการศึกษาของโลก นอกเหนือจากเน้นความแข็งแกร่งด้านวิชาการ ยังปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยและคุณธรรม ทุกระดับชั้นจะเน้นการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนของผู้เรียน และการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยแบ่งระบบการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา สำหรับอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ จะมีระบบการศึกษาใกล้เคียงกัน ส่วนสก็อตแลนด์จะมีระบบการศึกษาแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยอังกฤษนับเป็นประเทศในอันดับต้นๆ ที่ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานไปเรียนต่อต่างประเทศ โรงเรียนในสหราชอาณาจักรแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน ซึ่งนักเรียนต่างชาติจะสามารถเข้าเรียนต่อระดับมัธยมได้ที่โรงเรียนเอกชนเท่านั้นตามเงื่อนไขของวีซ่านักเรียน

ไฟฟ้าและน้ำประปา

ใช้กระแสไฟฟ้า 240 V. AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แต่เป็นปลั๊กไฟแบบ 3 ขา ซึ่งหากต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ ต้องซื้ออแดปเตอร์จากเมืองไทยหรือหาซื้อที่สหราชอาณาจักร น้ำประปาที่นี่สะอาด สามารถดื่มได้จากก๊อกน้ำตามบ้านเรือนหรือพื้นที่สาธารณะโดยไม่ต้องผ่านเครื่องกรอง

ศาสนา

ศาสนาประจำสหราชอาณาจักรคือ คริสต์ นิกายเชิร์ช ออฟ อิงแลนด์ (Church of England) แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายแองกลิกัน (Anglican) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสหราชอาณาจักรได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา จึงมีศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธ อิสลาม และยิว และบางเมืองมีวัดไทย เช่น เมือง London, Birmingham, Wolverhampton เป็นต้น

การเมืองและการปกครอง

สหราชอาณาจักรมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำคณะรัฐบาล แบ่งออกเป็น 2 สภา คือ สภาขุนนางหรือสภาสูง และสภาล่าง โดยสภาสูงมีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย และตรวจสอบระบบการเมือง ส่วนสภาล่าง รับผิดชอบในการแต่งตั้งรัฐบาล

ประเทศและเมืองที่น่ารู้จัก

  • North East England
    ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากปราสาทและมหาวิหารเก่าแก่นับพันปีที่มีอยู่หลายแห่ง รวมทั้งมีสถานที่สำคัญที่ได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นบริเวณที่คงความเป็นธรรมชาติสูง ทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ มีเมืองสำคัญ เช่น Durham, Newcastle upon Tyne และ Sunderland
  • North West England
    ภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีกลิ่นอายทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเก่าหลงเหลือให้ได้สัมผัส เมืองศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ คือ Manchester เมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองรองของสหราชอาณาจักร อีกแห่งหนึ่งคือ Liverpool หนึ่งในเมืองท่าชั้นนำของโลก มีศิลปะและสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญสำหรับคอกีฬา เมืองทั้งสองแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากกีฬาฟุตบอลอีกด้วย
  • Yorkshire and the Humber
    ภูมิภาค Yorkshire and the Humber ในสมัยโบราณเกือบ 2 พันปีมีชุมชนดั้งเดิมของบรรพบุรุษอาศัยอยู่ จึงมีหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย บริเวณนี้มีความโดดเด่นด้วยบรรยากาศของธรรมชาติที่สวยงาม มีเมืองสำคัญ เช่น Sheffield, York, Leeds, Middleborough
  • East Midlands
    ภูมิภาคตอนกลางทางตะวันออกครอบคลุมอาณาบริเวณตอนกลางๆ ของประเทศที่เรียกกันว่า Midlands บรรยากาศมีทั้งเมืองที่มีสีสัน และยังมีพื้นที่ในแถบชนบทที่เงียบสงบสวยงามแบบอังกฤษดั้งเดิม มีเมืองสำคัญ เช่น Nottingham, Derby, Leicester
  • West Midlands
    ภูมิภาคตอนกลางทางตะวันตกเป็นหนึ่งในสองภูมิภาคของสหราชอาณาจักรที่ไม่ติดทะเล ลักษณะทางภูมิศาสตร์ในภูมิภาคนี้ก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่บริเวณที่มีชุมชนหนาแน่นไปจนถึงบริเวณที่มีประชากรเบาบางในมณฑลทางแถบตะวันตกที่ติดกับประเทศเวลส์ มีเมืองสำคัญ เช่น Birmingham, Coventry, Stratford upon Avon
  • East of England
    ภูมิภาคตะวันออกของอังกฤษยังคงรักษาบรรยากาศเมืองในอดีตไว้ได้เป็นอย่างดี มีความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมาก บริเวณทางด้านใต้เป็นแนวที่อยู่อาศัยของผู้เดินทางไปทำงานในลอนดอน (London commuter belt) เนื่องจากอยู่ห่างจากลอนดอนเพียง 1 ชั่วโมง เดินทางสะดวกทั้งทางรถประจำทางและรถไฟ มีเมืองสำคัญ เช่น Cambridge, Essex, Colchester นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Cambridge University
  • Greater London
    Greater London เป็นเขตเมืองหลวงและปริมณฑลที่มีความเจริญเติบโตสูง มีประชากรจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสองภูมิภาคของสหราชอาณาจักรที่ไม่ติดทะเล
  • South East England
    ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้เป็นบริเวณที่มีความเจริญสูง โดยมีเศรษฐกิจเติบโตเป็นอันดับที่สองในสหราชอาณาจักร รองจากลอนดอน และมีจำนวนประชากรสูงสุดของประเทศ ครอบคลุมทั้งเมืองเก่าแก่ที่รักษาความงามแบบดั้งเดิม และเมืองใหม่ที่มีความทันสมัย ห่างออกไปในชนบทก็มีธรรมชาติอันงดงามขึ้นชื่อ รวมทั้งยังเป็นภูมิภาคที่มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากอีกด้วย เมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ได้แก่ Brighton & Hove ซึ่งเป็นต้นตำรับอาหารประจำชาติอย่าง Fish & Chips นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญ เช่น Oxford, Surrey, Kent, Guildford
  • South West England
    ภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้อยู่ทางใต้สุดของอังกฤษ และมีแนวชายฝั่งทะเลยาวที่สุด จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี พื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และมีบางส่วนติดกับแคว้นเวลส์ บริเวณนี้มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาหารหลายประเภท เช่น Cheddar cheese, Cream tea, Cider มีเมืองสำคัญ เช่น Bristol, Bournemouth, Bath
  • Wales
    เวลส์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบริเทนใหญ่ (Great Britain) ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นชายฝั่งทะเล ภูเขาและทะเลสาบ โดยมีทิศตะวันออกติดกับประเทศอังกฤษ นับเป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์และมีวัฒนธรรมของตนเองมายาวนาน มีปราสาทเก่าแก่นับพันปีอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้เวลส์ยังมีชื่อด้านวรรณกรรมและศิลปะแบบ Celtic ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ผู้คนเป็นมิตร และให้การต้อนรับกับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น แม้จะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร แต่ชาวเวลส์ก็มีภาษาท้องถิ่นเป็นของตนเอง นั่นคือ ภาษาเวลส์ (Welsh Language)
  • Scotland
    สก็อตแลนด์เป็นดินแดนทางประวัติศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ส่วนเหนือสุดของเกาะบริเทนใหญ่ (Great Britain) มีขนาดเพียงหนึ่งในสามและประชากรเพียงหนึ่งในสิบของสหราช-อาณาจักร ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ มีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและธรรมชาติสวยงามอุดมสมบูรณ์ ชาวสก็อตได้รับการกล่าวขานว่ามีความเป็นมิตรและอบอุ่น มีเมืองสำคัญ เช่น Edinburgh, Glasgow, Aberdeen
  • North Ireland
    ไอร์แลนด์เหนือเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร และเป็นคนละส่วนกับประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลไอร์แลนด์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นชนบทและมีอัตราค่าครองชีพต่ำ ที่นี่มีปราสาทอันงดงามตั้งกระจายอยู่ทั่วไป ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก มีเมืองสำคัญ คือ Belfast และ Londonderry

ระบบการเรียนในประเทศอังกฤษ

ข้อมูลเบื้องต้นหลักสูตรภาษาอังกฤษ

ระบบการเรียนภาษาอังกฤษ ประเทศอังกฤษ (The United Kingdom หรือ England) นับว่าเป็นประเทศต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นภาษาสากล (International Language) โดยแต่ละปีมีนักเรียน และนักศึกษาจำนวนไม่น้อยจากประเทศต่าง ๆ เดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษเพื่อฝึกฝนและพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีสถาบันสอนภาษาเกิดขึ้นมากมายรอบเกาะอังกฤษ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนต่างชาติที่ต้องการไปเรียนภาษา มีหลักสูตรเปิดสอนมากมายขึ้นอยู่กับประโยชน์และการนำไปใช้ได้จริงของแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน, หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด, หลักสูตรการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย, หลักสูตรการเตรียมการสอบ, หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในธุรกิจ ตลอดจนหลักสูตรสำหรับ Young Learners และหลักสูตรระยะสั้นช่วงปิดเทอม ทั้งแบบเดี่ยว และแบบกลุ่ม

องค์กรที่ให้การรับรองคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

จากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสถาบันสอนภาษาตามที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ทำให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการประเมินและรับรองคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบการเรียน การสอน รวมไปถึงการให้การช่วยเหลือนักเรียนของแต่ละสถาบัน ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนจะได้รับประโยชน์สูงสุดเมื่อเดินทางไปเรียนยังสถาบันที่ได้รับการรับรองเหล่านั้น โดยทุกสถาบันที่ CETA ติดต่อและประสานงานด้วยนั้น จะต้องได้รับการรับรองจาก British Council และเป็นสมาชิกจากองค์กรต่าง ๆ อาทิเช่น English UK เป็นต้น

  • British Council
    British Council เป็นองค์กรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมจากสหราชอาณาจักร
  • English UK
    เป็นองค์กรที่ควบคุมมาตรฐาน และให้การรับรองสถาบันสอนภาษาที่ประเทศอังกฤษ ด้วยสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นเครื่องหมายการรับรองถึงความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษานั้น ทั้งนี้การที่จะสามารถเป็นสมาชิกและส่วนหนึ่งของ English UK ได้นั้น ทางสถาบันการศึกษาจะต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพในทุกๆ ปี

หลักสูตรภาษาอังกฤษ (ที่ได้รับการรับรองและเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ)

  • หลักสูตรภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานและแบบเร่งรัด (General and Intensive English Course)
    เป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษ โดยหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานในทุกๆ ด้าน คือ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนจะเรียนภาษาอังกฤษในขั้นที่สูงขึ้นไป
  • หลักสูตรการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย (University Foundation Course)
    เป็นหลักสูตรที่จะช่วยนักเรียนต่างชาติในการปรับตัวก่อนการเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยจริง โดยหลักสูตรนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานทั้ง 4 ของนักเรียนแล้ว แต่หลักสูตรนี้จะเป็นการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพทางแนวความคิดในเชิงวิเคราะห์ (Analysis/ Critical Thinking), การนำเสนอรายงาน (Presentation), เทคนิคการจดบันทึกเนื้อหาหรือคำบรรยาย (Note Taking) ซึ่งทักษะต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
  • หลักสูตรการสอนแบบตัวต่อตัว (One-to-One Course)
    หลักสูตรนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะในเชิงการสื่อสาร เนื่องด้วยหลักสูตรนี้จะเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ซึ่งจะมีการตอบโต้กันระหว่างอาจารย์และนักเรียนอยู่ตลอดเวลา
  • หลักสูตรการเตรียมการสอบ (Exam Preparation – Cambridge ESOL, IELTS and TOEFL)
    การเตรียมตัวเพื่อการสอบ นับว่าเป็นอีกหลักสูตรที่หลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคะแนนที่ได้รับจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับภาษาอังกฤษของบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ คะแนนจากการสอบยังสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศไทย เป็นต้น
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในธุรกิจ (Business English)
    เป็นหลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงอาชีพ เพื่อการติดต่อสื่อสารและประสานงาน ซึ่งทักษะดังกล่าวนี้จะรวมไปถึง ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์, การร่วมประชุมและสัมมนา, การพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห์รวมไปถึงแนวทางการแก้ปัญหา และการเจรจาต่อรองทางการค้า ดังนั้นหลักสูตรประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะพัฒนาภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ นั่นก็คือสามารถนำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน และในชีวิตประจำวัน
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กและเยาวชน (Young Learner)
    เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับเด็กช่วงอายุประมาณ 8 – 17 ปีที่ต้องการจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเป็นได้ในรูปแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม หรือไม่ว่าจะเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาวตามความเหมาะสม โดยหลักสูตรนี้จะเป็นการช่วยสนับสนุนและเปิดโอกาสให้น้องๆ กล้าที่จะแสดงออกทั้งด้านความคิดและพฤติกรรม อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้รู้จักปรับตัวและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่นด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นหลักสูตรมัธยมศึกษา

ระบบการศึกษาระดับประถม – มัธยมของประเทศอังกฤษ  ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่

Primary School – ระดับประถมศึกษา (Year 1 – Year 6) อายุ 5 – 11 ปี

สอนให้เด็กมีทักษะการเขียนและทักษะด้านตัวเลข การศึกษาในระดับนี้เน้นเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อศึกษาต่อมัธยมศึกษาต่อไป

Secondary School – ระดับมัธยมศึกษา (Year 7 – Year 11) อายุ 11 – 16 ปี

การขึ้นชั้นเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นการขึ้นชั้นเรียนได้โดยอัตโนมัติไม่มีสอบตก จนถึงอายุ 16 ปี โดยการศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักรจะสิ้นสุดที่ Year 11 และมีกำหนดให้นักเรียนสอบ GCSE เพื่อวัดระดับความรู้ความสามารถ

GCSE (General Certificate of Secondary Education)

เป็นวุฒิการศึกษาที่รับรองว่านักเรียนได้สอบผ่านวิชาที่กำหนด การสอบนี้จะมีขึ้นก่อนสิ้นสุดการศึกษาภาคบังคับ (Year 11) โดยนักเรียนจะต้องเลือกสอบประมาณ 8 – 12 วิชา โดยผลการสอบจะแบ่งเป็น 7 ระดับ คือ เกรด A, B, C, D, E, F, G ผู้ที่สอบได้เกรด C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน และนักเรียนที่สอบ GCSE ได้แล้ว (อย่างน้อย 5 วิชา) หากต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จะต้องศึกษาต่อตามระบบอีก 2 ปี ในระบบ A-Level หรือ International Baccalaureate (IB)

Further Education – ระดับอาชีวศึกษา อายุ 16 ปีขึ้นไป

นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว สามารถเลือกเรียนตามระบบในระดับ Sixth Form หรือเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรสาขาวิชาชีพก็ได้ แต่สำหรับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจะต้องเลือกศึกษาตามระบบ โดยสามารถเลือกเรียนได้สองหลักสูตร คือ A-Level และ International Baccalaureate (IB)

  • A-Level เป็นวุฒิการศึกษาที่วัดความรู้ความสามารถทางวิชาการของนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 16 – 18 ปี หลักสูตร A-Level เป็นหลักสูตรสองปี (Year 12 และ Year 13) โดยส่วนใหญ่นักเรียนจะเลือกเรียนประมาณ 3 – 4 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น วิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือทางด้านภาษา ผลการสอบ A-Level มี 6 ระดับ คือ A*, A, B, C, D, E มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะพิจารณารับผู้เรียนที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป และบางแห่งอาจรับเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนระดับ A*, A และ B เท่านั้น

International Baccalaureate (IB)

เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกว่า 143 ประเทศทั่วโลก ตัวหลักสูตรแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามกลุ่มอายุของผู้เรียน คือ หลักสูตรการศึกษาระดับต้น ระดับกลาง และระดับประกาศนียบัตร สำหรับนักเรียนอายุระหว่าง 16 – 19 ปี จะเรียนในระดับประกาศนียบัตร ซึ่งเป็นหลักสูตร 2 ปี โดยนักเรียนจะต้องเลือกเรียนวิชาต่าง ๆ จาก 6 กลุ่มวิชาหลัก ได้แก่ Language and Literature, Second Language, Individuals and Societies, Experimental Sciences, Mathematics และ Arts and Electives นอกจากวิชาเรียนทั้ง 6 กลุ่มสาระดังกล่าวแล้ว นักเรียนยังจะต้องผ่านการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรอีก 3 กิจกรรม คือ Extended Essay (เขียนบทความไม่ต่ำกว่า 4,000 คำ), Theory of Knowledge (เข้าคอร์สเรียนไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง และเขียนบทความไม่ต่ำกว่า 1,200 – 1,600 คำ) และ Creativity/Action/Service (ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เล่นกีฬา และทำกิจกรรมเพื่อสังคม)

Higher Education – ระดับอุดมศึกษา อายุ 18 ปีขึ้นไป

หลังจากได้รับวุฒิ A-Level หรือเทียบเท่า นักเรียนก็จะสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อได้ โดยสมัครผ่าน UCAS (www.ucas.com)

ประเภทของโรงเรียน

โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรจะมีการแบ่งโรงเรียนเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ โรงเรียนรัฐบาลซึ่งชาวอังกฤษจะได้รับสิทธิ์เรียนฟรี และโรงเรียนเอกชน สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาที่สหราชอาณาจักร จะสามารถเข้าเรียนได้เฉพาะโรงเรียนเอกชนเท่านั้น นอกจากนี้ โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรยังแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โรงเรียนแบบประจำ (Boarding School) และโรงเรียนแบบไป-กลับ (Day School) ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้มีทั้งโรงเรียนหญิงล้วน ชายล้วน และสหศึกษา

ปีการศึกษา

โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรนั้นจะแบ่งภาคการศึกษาเป็น 3 เทอมต่อหนึ่งปีการศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนของทุกปี คือ

  • ภาคต้น หรือ Autumn Term: ต้นเดือนกันยายน – กลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง หรือ Spring Term: ต้นเดือนมกราคม – ปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย หรือ Summer Term: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนกรกฎาคม

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

CETA เป็นตัวแทนของสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพมากมายหลายแห่งในประเทศอังกฤษ

นักเรียนจะได้รับประโยชน์จากการสื่อสารภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

CETA เป็นตัวแทนของสถสบันสอนภาษาที่มีคุณภาพมากมายหลายแห่งในประเทศอังกฤษ นักเรียนที่สนใจสามารถเลือกเรียนดปรแกรมที่สนใจได้ตามระยะเวาที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ นักเรียนจะได้รับประโยชน์จากการสื่อสาภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง ลักษณะของโรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไปซึ่งบางแห่งจะเป็นการเรียนภาษาในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือศูนย์ภาษาเอกชน

หลักสูตรอุดมศึกษา/หลักสูตรวิชาชีพ

CETA เป็นตัวแทนสถาบันที่เปิดสอนระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

หลังจากที่นักเรียนเรียนจบระดับมัธยมศึกษาจากอังกฤษนักเรียนมีทางเลือกที่จะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้หลายทาง

หลักสูตรอุดมศึกษา/หลักสูตรวิชาชีพ

Foundation (การศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย)

คอร์ส Foundation เป็นคอร์สที่เตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีพื้นฐานในสาขาวิชาเฉพาะต่างๆ เช่น ศิลปะ การออกแบบ แฟชั่น การเงินและการจัดการ เป็นต้น หรือมีผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด คอร์ส Foundation จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนในการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่จบการศึกษาในหลักสูตร GCSE และ IGCSE หรือมีวุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ มีระยะเวลาเรียนประมาณ เดือนถึง ปี หลังจากนั้นนักเรียนสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้หากผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด

 

สถาบันที่เปิดสอนคอร์ส foundation อาทิเช่น 

Bellerbys College และ Istituto Marangoni หรือใน International Study Center ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น University of Huddersfield,  Keele University, Kingston University London และ University of Sussex เป็นต้น

ขั้นตอนการสมัคร

CETA ……………………………………………..

• หลักสูตรมัธยม
• หลักสูตรภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนการสมัครเรียน

หลักสูตรมัธยม

ขั้นตอนการสมัครเรียน

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

เอกสารประกอบการสมัครเรียน

  1. ใบสมัครของสถาบันทีกรอกข้อมูลสมบูรณ์แล้ว
  2. หลักฐานการศึกษา (Transcript) ฉบับภาษาอังกฤษ ย้อนหลัง 2 ปี
  3. จดหมายรับรอง (Letters of Recommendation) จากสถาบันการศึกษาเดิม
  4. เอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) หรือตามที่สถาบันระบุไว้ในใบสมัคร
  5. ค่าสมัคร หาระบุไว้ในใบสมัคร

** หมายเหตุ : เอกสารและระยะเวลาขึ้นอยู่กับ

  • หลักสูตรที่สมัครเรียน
  • สถาบันการศึกษา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

+ หลักสูตรมัธยมศึกษา

หลักสูตรมัธยมศึกษา

CETA เราเป็นตัวแทนของโรงเรียนมัธยมในอังกฤษมากกว่า 50 แห่ง

หลักสูตรการเรียนในระดับมัธยมในอังกฤษครอบคลุมสาขาวิชาที่หลากหลายและยังมีกิจกรรมนอกหลักสูตรอีกมากมายทั้งนี้โรงเรียนมัธยมที่สามารถรองรับนักเรียนต่างชาติได้จะเป็นโรงเรียนเอกชนแบบมีหอพัก (Boarding Scool)

โรงเรียนมัธยมในอังกฤษ

เรียนต่อมัธยม

อังกฤษ

ดียังไง ?

หลักสูตรที่มีคุณภาพ

หลักสูตรการเรียน
การสอนมีคุณภาพ

ได้ใช้ภาษากับเจ้าของภาษา

ได้ฝึกใช้ภาษา
กับเจ้าของภาษา

มีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

มีมาตรฐานการเรียน
การสอนที่ได้รับ
การยอมรับทั่วโลก

 เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย

ได้เรียนรู้วัฒนธรรม
ที่หลากหลาย

มีทุนการศึกษาให้นักเรียนต่างชาติ

มีทุนการศึกษา
มากมายให้นักเรียน
ต่างชาติ

มีความมั่นใจ ความรับผิดชอบ พร้อมเผชิญโลก

มีความมั่นใจ
ความรับผิดชอบ
พร้อมเผชิญโลก

 โอกาสเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ

โอกาสในการเรียนต่อ
ปริญญาตรีใน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ

โอกาสในการทำงานที่ดี

โอกาสในการ
ทำงานที่ดี

เกี่ยวกับสหราชอาณาจักร ภูมิประเทศโดยทั่วไป

สหราชอาณาจักรตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของภาคพื้นทวีปยุโรป ประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ เกาะบริเทนใหญ่ (Great Britain) ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศอังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ รวมเข้าด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ โดยมีประเทศที่ใหญ่ที่สุด คือ อังกฤษ ลักษณะของภูมิประเทศจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขา โดยเฉพาะสก็อตแลนด์ที่มีภูเขาสูงที่สุดในหมู่เกาะอังกฤษ ทางด้านใต้ส่วนมากเป็นแผ่นดินนูนต่ำ และยังมีเกาะน้อยใหญ่อีกกว่าพันเกาะ

ข้อได้เปรียบของการศึกษา มัธยมอังกฤษ

  1. ประเทศอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ความปลอดภัยสูง มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เก่าแก่ หากส่งบุตรหลานไปเรียน มัธยมอังกฤษ สามารถมั่นใจได้ว่าบุตรหลานของท่านจะได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากการสื่อสารภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอีกด้วย
  2. มัธยมอังกฤษ มีมาตรฐานการศึกษาอยู่ในแถวหน้าของโลก โดยมัธยมอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของระบบการศึกษาของโลกทางด้านมาตรฐานระบบการศึกษา
  3. หลักสูตรมัธยมอังกฤษมีความหลากหลายของสาขาวิชา เพื่อให้นักเรียนได้เลือกวิชาเรียนเหมาะสมกับตนเอง
  4. การเรียนต่อโรงเรียน มัธยมอังกฤษ ไม่เพียงมอบความเป็นเลิศด้านวิชาการให้กับนักเรียน แต่ยังมีส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้เป็นอย่างดี

กรุณาเลือกโรงเรียนที่เหมาะสม

รายชื่อโรงเรียนมัธยมอังกฤษ

โรงเรียนประเภทโรงเรียนประเภทที่พักอาศัยเมือง

1. Abbots Bromley School for Girls

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Abbots Bromley School was founded in 1874. The school consists of two entities

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Abbots Bromley UK

2. Abingdon School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Abingdon School is a leading private school with a history of over 750 years. The school ...

โรงเรียนชายล้วน

หอพัก

Abingdon UK

3. Adcote School for Girls

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Adcote School for Girls is a small school that was founded in 1907.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Shrewsbury UK

4. Alexanders College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Alexanders College, founded in 1984, is a coeducational school for international students in particular.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Woodbridge

5. Badminton School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Badminton School is a private school for girls with boarding option.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Bristol UK

6. Bedford School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bedford School is a school for boys aged 7 to 18 years which was founded in 1552. Bedford Boys School aims for academic excellence and good students’ test scores.

โรงเรียนชายล้วน

หอพัก

Bedford UK

7. Bellerbys College

โรงเรียนอังกฤษ

ellerbys College was founded in 1959 and is dedicated to preparing students for university.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก โฮมสเตย์

Brighton UK

8. Bishopstrow College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bishopstrow College is a boarding school that offers courses to prepare and improve students’ English Language skills for students who would like to study at a boarding school in the UK.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Bishopstrow UK

9. Bosworth Independent College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bosworth Independent College was founded in 1977 and is open to secondary education student...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Northampton UK

10. Box Hill School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Box Hill School is a coeducational school for students between 11 and 18 years old.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Surrey UK

11. Brighton College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Brighton College is a leading private school in England. Founded in 1845 and open to both male and female students from the age of 3-18 years old,

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

East Sussex UK

12. Bromsgrove School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Bromsgrove School is one of the best private schools in the UK which was established over 450 years ago and is open to students between 2 and 18 years old.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Worcestershire

13. Cardiff Sixth Form College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Cardiff Sixth Form College is an educational institution that focuses on excellence and success of all its students.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Cardiff UK

14. Cheltenham College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Cheltenham College is a coeducational school, founded in 1841 and located in Cheltenham, which is far from London to the east of England.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Cheltenham UK

15. Concord College

โรงเรียนอังกฤษ

Concord College is an international school that accepts students from all over the world from 13 to 19 years of age.

โรงเรียนสหศึกษา

โฮมสเตย์

Shrewsbury UK

16. Durham School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Durham School is a co-educational boarding school established since 1414. For 600 years Durham School...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Durham UK

17. Farlington School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Farlington is an all-girl with optional boarding for students who lives too far for daily travel to and from school.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Horsham UK

18. Glenalmond College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Glenalmond College is a boarding coeducational school, open to students aged 12-18 years. Founded in 1847,

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Perth UK

19. Harrogate Ladies’ College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Harrogate Ladies’ College was founded in 1893 as an all-girl school with an extensive history in academic excellence, sports,

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Harrogate UK

20. Kingswood School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Kingswood School was founded in 1748 by John Wesley, a person who is regarded as an influential figure in the 18th century...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Bath UK

21. Mayfield School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Since its foundation over 150 years ago, Mayfield has become one of Britain’s leading Catholic girls’ schools.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Mayfield UK

22. Moira House Girls School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moira House accepts application from students between 2 to 18 years old for admission into preschool all the way to Year 13.

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Eastbourne UK

23. Moorland School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moorland School is located on the edge of the historic town of Clitheroe.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Clitheroe UK

24. Moreton Hall

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moreton Hall School was founded in 1913 and is open to students from Kindergarten to Year 13 (high school is for girls only).

โรงเรียนหญิงล้วน

หอพัก

Oswestry UK

25. Moyles Court

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Moyles Court School is well-established with a history of more than 50 years as a school and is housed in a 16th

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Ringwood UK

26. Myddelton College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Myddelton College is a new school open to students in September. The school has a concept that....

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Denbigh UK

27. Oswestry School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Oswestry School is a coeducational school with the option for students who are not able to travel daily to and from school to stay at the school dorms.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Oswestry UK

28. RHS, The Royal Hospital School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

The School was founded in 1712 by Royal Charter to ‘improve navigation’ through education, preparing boys for service in the Royal Navy....

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Suffolk UK

29. Rossall School

โรงเรียนอังกฤษ

Rossall School is one of the country’s leading independent co-educational boarding and day schools, in a picturesque and historic setting on the Lancashire coastline.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก โฮมสเตย์

Fleetwood UK

30. Scarborough College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Scarborough College is an Independent Day and Boarding School for Boys and Girls aged 3 to 18 years.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Scarborough UK

31. St Edmund’s College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Edmund’s College is a coeducational Catholic Orthodox School founded in 1568, which currently has about 630 students in total.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Herts UK

32. St Leonards School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Leonards School is an outstanding academics school that offers both day and boarding programs.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Brighton East UK

33. St Michael’s School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Michael’s School, established in 1923, is a leading private school in Wales and ranked in the top 100 private schools in the UK.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Llanelli UK

34. St. Michael’s College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

St Michael’s College is a small school that strongly focuses on improving student’s achievements.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Tenbury UK

35. Strathallan School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Strathallan School is one of Scotland’s leading boarding and day schools located on a beautiful 153 acre campus in rural Perthshire.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Perth UK

36. Taunton School

โรงเรียนอังกฤษ

Taunton School is a coeducational school with the option to stay at the school dorms for students who are not able to travel to and from school on a daily basis.

โรงเรียนสหศึกษา

โฮมสเตย์

Taunton UK

37. The Abbey College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Abbey College was founded in 1874; located in the heart of England, the school campus spans over a 70 acres land that is surrounded by nature.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Malvern UK

38. The Royal School Wolverhampton

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

The Royal Wolverhampton School is a coeducational school founded in 1850

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

UK Wolverhampton

39. Tonbridge School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Tonbridge School is one of the leading boys’ boarding schools in the country and highly respected internationally, was founded in 1553.

โรงเรียนชายล้วน

หอพัก

Tonbridge UK

40. Trent College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Trent College is a happy and flourishing co-educational, HMC, Independent Day and Boarding School for boys

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Northampton UK

41. Trinity School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Trinity School is a leading co-educational school open to students from the age of 4-19 years.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Devon UK

42. Truro School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Truro School is boarding school coeducational school. Admission is open to students aged 3 to 18 and...

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Truro UK

43. Warminster School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Warminster School was founded in 1707 and built on the basis of excellence in teaching academic courses.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Warminster

44. Windermere School

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Windermere School was founded in 1863 as a private, coeducational school open to students aged 2 – 18 years.

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Windermere

45. Wycliff College

โรงเรียนประจำในอังกฤษ

Wycliffe is a thriving day and boarding school for boys and girls aged from 2 to 18,

โรงเรียนสหศึกษา

หอพัก

Stonehouse UK

ประเทศและเมืองที่น่ารู้จัก

สหราชอาณาจักรประกอบ ด้วย 4 ประเทศ ได้แก่

  • อังกฤษ (England) มีเมืองหลวง คือ ลอนดอน (London)
  • สก็อตแลนด์ (Scotland) มีเมืองหลวง คือ เอดินบะระ (Edinburgh)
  • เวลส์ (Wales) มีเมืองหลวง คือ คาร์ดิฟฟ์ (Cardiff)
  • ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) มีเมืองหลวง คือ เบลฟัสต์ (Belfast)

การเดินทางจากประเทศไทย

สหราชอาณาจักรมีสนามบินนานาชาติอยู่หลายเมือง แต่สายการบินส่วนใหญ่จะลงที่ London Heathrow Airport เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองลอนดอน และง่ายต่อการเดินทางไปยังเมืองอื่น นักเรียนสามารถเลือกแบบบินตรง (Direct Flight) โดยสายการบินไทย อีวาแอร์ บริติชแอร์เวย์ส และแควนตัสแอร์เวย์ส ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง หรือแบบแวะเปลี่ยนเครื่อง (Connecting Flight) ทั้งนี้ ระยะเวลาการบินจะขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ส เอมิเรตส์ เอทิฮัด เจ็ตแอร์เวย์ส และ กาตาร์แอร์เวย์ส

สภาพภูมิอากาศ

เนื่องจากภูมิประเทศเป็นเกาะ จึงมีสภาพอากาศที่หลากหลายตลอดปี อากาศทั่วไปจะค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง มีฝนตกมากทางภาคตะวันตก อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวเฉลี่ยอยู่ที่ -5 ถึง 7 องศาเซลเซียส มีหิมะมากในทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูร้อนเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 28 องศาเซลเซียส ทางภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้จะอุ่นกว่าภูมิภาคอื่น กล่าวโดยรวมแล้ว สหราชอาณาจักรมีทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่

  • ฤดูใบไม้ผลิ : มีนาคม – พฤษภาคม
  • ฤดูร้อน : มิถุนายน – สิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ร่วง : กันยายน – พฤศจิกายน
  • ฤดูหนาว : ธันวาคม – กุมภาพันธ์

อังกฤษ

  • เมืองหลวง ลอนดอน
  • พื้นที่ 242,514 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 51.5 ล้านคน (ข้อมูล ณ ตุลาคม พ.ศ. 2558)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

เวลส์

  • เมืองหลวง คาร์ดิฟฟ์
  • พื้นที่ 20,779 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 3.1 ล้านคน (ข้อมูล สิงหาคม พ.ศ. 2556)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

ไอร์แลนด์เหนือ

  • เมืองหลวง เบลฟัสต์
  • พื้นที่ 13,843 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 1.8 ล้านคน (ข้อมูล สิงหาคม พ.ศ. 2556)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

สก็อตแลนด์

  • เมืองหลวง เอดินบะระ
  • พื้นที่ 78,772 ตารางกิโลเมตร
  • จำนวนประชากร 5.3 ล้านคน (ข้อมูล สิงหาคม พ.ศ. 2556)
  • สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£)

เขตเวลา

เวลาที่สหราชอาณาจักรนั้นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง โดยปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนตุลาคม เวลาจะช้ากว่าประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมีนาคม เวลาจะช้ากว่าประมาณ 7 ชั่วโมง

วัฒนธรรมและความเป็นอยู่

คนอังกฤษได้รับการขนานนามว่า “ผู้ดี” สาเหตุมาจากลักษณะอากาศที่หลากหลายในแต่ละวัน ทำให้ผู้คนต้องใส่หมวก สวมเสื้อโค้ท และถือร่ม ซึ่งเป็นชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อยราวกับผู้ดี ประกอบกับส่วนใหญ่มีบุคลิกที่เป็นทางการ และไม่ชอบแสดงออกเปิดเผยในที่สาธารณะนัก เราจะไม่ค่อยเห็นคนอังกฤษพูดคุยกับผู้โดยสารคนอื่นบนรถขนส่งมวลชน หรือส่งเสียงโห่ร้องขณะชมมหรสพการแสดง เพราะถือเป็นมารยาททางสังคมของทางสหราชอาณาจักร จากบุคลิกภายนอกที่เห็น ทำให้ชาวต่างชาติมักเข้าใจว่า คนอังกฤษไม่เป็นมิตร แต่ความจริงแล้ว คนอังกฤษมีความเห็นอกเห็นใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นอย่างมาก

ระบบการเรียนการสอน

จุดเด่นของสถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักร ทั้งระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย คือ ส่วนใหญ่เป็นสถาบันเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนาน และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะโรงเรียนมัธยมในอังกฤษนั้น ได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของระบบการศึกษาของโลก นอกเหนือจากเน้นความแข็งแกร่งด้านวิชาการ ยังปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยและคุณธรรม ทุกระดับชั้นจะเน้นการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนของผู้เรียน และการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยแบ่งระบบการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา สำหรับอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ จะมีระบบการศึกษาใกล้เคียงกัน ส่วนสก็อตแลนด์จะมีระบบการศึกษาแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยอังกฤษนับเป็นประเทศในอันดับต้นๆ ที่ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานไปเรียนต่อต่างประเทศ โรงเรียนในสหราชอาณาจักรแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน ซึ่งนักเรียนต่างชาติจะสามารถเข้าเรียนต่อระดับมัธยมได้ที่โรงเรียนเอกชนเท่านั้นตามเงื่อนไขของวีซ่านักเรียน

ไฟฟ้าและน้ำประปา

ใช้กระแสไฟฟ้า 240 V. AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แต่เป็นปลั๊กไฟแบบ 3 ขา ซึ่งหากต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ ต้องซื้ออแดปเตอร์จากเมืองไทยหรือหาซื้อที่สหราชอาณาจักร น้ำประปาที่นี่สะอาด สามารถดื่มได้จากก๊อกน้ำตามบ้านเรือนหรือพื้นที่สาธารณะโดยไม่ต้องผ่านเครื่องกรอง

ศาสนา

ศาสนาประจำสหราชอาณาจักรคือ คริสต์ นิกายเชิร์ช ออฟ อิงแลนด์ (Church of England) แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายแองกลิกัน (Anglican) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสหราชอาณาจักรได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา จึงมีศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธ อิสลาม และยิว และบางเมืองมีวัดไทย เช่น เมือง London, Birmingham, Wolverhampton เป็นต้น

การเมืองและการปกครอง

สหราชอาณาจักรมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำคณะรัฐบาล แบ่งออกเป็น 2 สภา คือ สภาขุนนางหรือสภาสูง และสภาล่าง โดยสภาสูงมีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย และตรวจสอบระบบการเมือง ส่วนสภาล่าง รับผิดชอบในการแต่งตั้งรัฐบาล

ประเทศและเมืองที่น่ารู้จัก

  • North East England
    ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากปราสาทและมหาวิหารเก่าแก่นับพันปีที่มีอยู่หลายแห่ง รวมทั้งมีสถานที่สำคัญที่ได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นบริเวณที่คงความเป็นธรรมชาติสูง ทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ มีเมืองสำคัญ เช่น Durham, Newcastle upon Tyne และ Sunderland
  • North West England
    ภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีกลิ่นอายทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเก่าหลงเหลือให้ได้สัมผัส เมืองศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ คือ Manchester เมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองรองของสหราชอาณาจักร อีกแห่งหนึ่งคือ Liverpool หนึ่งในเมืองท่าชั้นนำของโลก มีศิลปะและสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญสำหรับคอกีฬา เมืองทั้งสองแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากกีฬาฟุตบอลอีกด้วย
  • Yorkshire and the Humber
    ภูมิภาค Yorkshire and the Humber ในสมัยโบราณเกือบ 2 พันปีมีชุมชนดั้งเดิมของบรรพบุรุษอาศัยอยู่ จึงมีหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย บริเวณนี้มีความโดดเด่นด้วยบรรยากาศของธรรมชาติที่สวยงาม มีเมืองสำคัญ เช่น Sheffield, York, Leeds, Middleborough
  • East Midlands
    ภูมิภาคตอนกลางทางตะวันออกครอบคลุมอาณาบริเวณตอนกลางๆ ของประเทศที่เรียกกันว่า Midlands บรรยากาศมีทั้งเมืองที่มีสีสัน และยังมีพื้นที่ในแถบชนบทที่เงียบสงบสวยงามแบบอังกฤษดั้งเดิม มีเมืองสำคัญ เช่น Nottingham, Derby, Leicester
  • West Midlands
    ภูมิภาคตอนกลางทางตะวันตกเป็นหนึ่งในสองภูมิภาคของสหราชอาณาจักรที่ไม่ติดทะเล ลักษณะทางภูมิศาสตร์ในภูมิภาคนี้ก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่บริเวณที่มีชุมชนหนาแน่นไปจนถึงบริเวณที่มีประชากรเบาบางในมณฑลทางแถบตะวันตกที่ติดกับประเทศเวลส์ มีเมืองสำคัญ เช่น Birmingham, Coventry, Stratford upon Avon
  • East of England
    ภูมิภาคตะวันออกของอังกฤษยังคงรักษาบรรยากาศเมืองในอดีตไว้ได้เป็นอย่างดี มีความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมาก บริเวณทางด้านใต้เป็นแนวที่อยู่อาศัยของผู้เดินทางไปทำงานในลอนดอน (London commuter belt) เนื่องจากอยู่ห่างจากลอนดอนเพียง 1 ชั่วโมง เดินทางสะดวกทั้งทางรถประจำทางและรถไฟ มีเมืองสำคัญ เช่น Cambridge, Essex, Colchester นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Cambridge University
  • Greater London
    Greater London เป็นเขตเมืองหลวงและปริมณฑลที่มีความเจริญเติบโตสูง มีประชากรจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสองภูมิภาคของสหราชอาณาจักรที่ไม่ติดทะเล
  • South East England
    ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้เป็นบริเวณที่มีความเจริญสูง โดยมีเศรษฐกิจเติบโตเป็นอันดับที่สองในสหราชอาณาจักร รองจากลอนดอน และมีจำนวนประชากรสูงสุดของประเทศ ครอบคลุมทั้งเมืองเก่าแก่ที่รักษาความงามแบบดั้งเดิม และเมืองใหม่ที่มีความทันสมัย ห่างออกไปในชนบทก็มีธรรมชาติอันงดงามขึ้นชื่อ รวมทั้งยังเป็นภูมิภาคที่มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากอีกด้วย เมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ได้แก่ Brighton & Hove ซึ่งเป็นต้นตำรับอาหารประจำชาติอย่าง Fish & Chips นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญ เช่น Oxford, Surrey, Kent, Guildford
  • South West England
    ภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้อยู่ทางใต้สุดของอังกฤษ และมีแนวชายฝั่งทะเลยาวที่สุด จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี พื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และมีบางส่วนติดกับแคว้นเวลส์ บริเวณนี้มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาหารหลายประเภท เช่น Cheddar cheese, Cream tea, Cider มีเมืองสำคัญ เช่น Bristol, Bournemouth, Bath
  • Wales
    เวลส์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบริเทนใหญ่ (Great Britain) ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นชายฝั่งทะเล ภูเขาและทะเลสาบ โดยมีทิศตะวันออกติดกับประเทศอังกฤษ นับเป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์และมีวัฒนธรรมของตนเองมายาวนาน มีปราสาทเก่าแก่นับพันปีอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้เวลส์ยังมีชื่อด้านวรรณกรรมและศิลปะแบบ Celtic ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ผู้คนเป็นมิตร และให้การต้อนรับกับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น แม้จะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร แต่ชาวเวลส์ก็มีภาษาท้องถิ่นเป็นของตนเอง นั่นคือ ภาษาเวลส์ (Welsh Language)
  • Scotland
    สก็อตแลนด์เป็นดินแดนทางประวัติศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ส่วนเหนือสุดของเกาะบริเทนใหญ่ (Great Britain) มีขนาดเพียงหนึ่งในสามและประชากรเพียงหนึ่งในสิบของสหราช-อาณาจักร ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ มีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและธรรมชาติสวยงามอุดมสมบูรณ์ ชาวสก็อตได้รับการกล่าวขานว่ามีความเป็นมิตรและอบอุ่น มีเมืองสำคัญ เช่น Edinburgh, Glasgow, Aberdeen
  • North Ireland
    ไอร์แลนด์เหนือเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร และเป็นคนละส่วนกับประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลไอร์แลนด์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นชนบทและมีอัตราค่าครองชีพต่ำ ที่นี่มีปราสาทอันงดงามตั้งกระจายอยู่ทั่วไป ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก มีเมืองสำคัญ คือ Belfast และ Londonderry

ระบบการเรียนในประเทศอังกฤษ

ข้อมูลเบื้องต้นหลักสูตรภาษาอังกฤษ

ระบบการเรียนภาษาอังกฤษ ประเทศอังกฤษ (The United Kingdom หรือ England) นับว่าเป็นประเทศต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นภาษาสากล (International Language) โดยแต่ละปีมีนักเรียน และนักศึกษาจำนวนไม่น้อยจากประเทศต่าง ๆ เดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษเพื่อฝึกฝนและพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีสถาบันสอนภาษาเกิดขึ้นมากมายรอบเกาะอังกฤษ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนต่างชาติที่ต้องการไปเรียนภาษา มีหลักสูตรเปิดสอนมากมายขึ้นอยู่กับประโยชน์และการนำไปใช้ได้จริงของแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน, หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด, หลักสูตรการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย, หลักสูตรการเตรียมการสอบ, หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในธุรกิจ ตลอดจนหลักสูตรสำหรับ Young Learners และหลักสูตรระยะสั้นช่วงปิดเทอม ทั้งแบบเดี่ยว และแบบกลุ่ม

องค์กรที่ให้การรับรองคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

จากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสถาบันสอนภาษาตามที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ทำให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการประเมินและรับรองคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบการเรียน การสอน รวมไปถึงการให้การช่วยเหลือนักเรียนของแต่ละสถาบัน ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนจะได้รับประโยชน์สูงสุดเมื่อเดินทางไปเรียนยังสถาบันที่ได้รับการรับรองเหล่านั้น โดยทุกสถาบันที่ CETA ติดต่อและประสานงานด้วยนั้น จะต้องได้รับการรับรองจาก British Council และเป็นสมาชิกจากองค์กรต่าง ๆ อาทิเช่น English UK เป็นต้น

  • British Council
    British Council เป็นองค์กรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมจากสหราชอาณาจักร
  • English UK
    เป็นองค์กรที่ควบคุมมาตรฐาน และให้การรับรองสถาบันสอนภาษาที่ประเทศอังกฤษ ด้วยสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นเครื่องหมายการรับรองถึงความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษานั้น ทั้งนี้การที่จะสามารถเป็นสมาชิกและส่วนหนึ่งของ English UK ได้นั้น ทางสถาบันการศึกษาจะต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพในทุกๆ ปี

หลักสูตรภาษาอังกฤษ (ที่ได้รับการรับรองและเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ)

  • หลักสูตรภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานและแบบเร่งรัด (General and Intensive English Course)
    เป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษ โดยหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานในทุกๆ ด้าน คือ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนจะเรียนภาษาอังกฤษในขั้นที่สูงขึ้นไป
  • หลักสูตรการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย (University Foundation Course)
    เป็นหลักสูตรที่จะช่วยนักเรียนต่างชาติในการปรับตัวก่อนการเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยจริง โดยหลักสูตรนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานทั้ง 4 ของนักเรียนแล้ว แต่หลักสูตรนี้จะเป็นการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพทางแนวความคิดในเชิงวิเคราะห์ (Analysis/ Critical Thinking), การนำเสนอรายงาน (Presentation), เทคนิคการจดบันทึกเนื้อหาหรือคำบรรยาย (Note Taking) ซึ่งทักษะต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
  • หลักสูตรการสอนแบบตัวต่อตัว (One-to-One Course)
    หลักสูตรนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะในเชิงการสื่อสาร เนื่องด้วยหลักสูตรนี้จะเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ซึ่งจะมีการตอบโต้กันระหว่างอาจารย์และนักเรียนอยู่ตลอดเวลา
  • หลักสูตรการเตรียมการสอบ (Exam Preparation – Cambridge ESOL, IELTS and TOEFL)
    การเตรียมตัวเพื่อการสอบ นับว่าเป็นอีกหลักสูตรที่หลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคะแนนที่ได้รับจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับภาษาอังกฤษของบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ คะแนนจากการสอบยังสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศไทย เป็นต้น
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในธุรกิจ (Business English)
    เป็นหลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงอาชีพ เพื่อการติดต่อสื่อสารและประสานงาน ซึ่งทักษะดังกล่าวนี้จะรวมไปถึง ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์, การร่วมประชุมและสัมมนา, การพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห์รวมไปถึงแนวทางการแก้ปัญหา และการเจรจาต่อรองทางการค้า ดังนั้นหลักสูตรประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะพัฒนาภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ นั่นก็คือสามารถนำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน และในชีวิตประจำวัน
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กและเยาวชน (Young Learner)
    เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับเด็กช่วงอายุประมาณ 8 – 17 ปีที่ต้องการจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเป็นได้ในรูปแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม หรือไม่ว่าจะเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาวตามความเหมาะสม โดยหลักสูตรนี้จะเป็นการช่วยสนับสนุนและเปิดโอกาสให้น้องๆ กล้าที่จะแสดงออกทั้งด้านความคิดและพฤติกรรม อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้รู้จักปรับตัวและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่นด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นหลักสูตรมัธยมศึกษา

ระบบการศึกษาระดับประถม – มัธยมของประเทศอังกฤษ  ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่

Primary School – ระดับประถมศึกษา (Year 1 – Year 6) อายุ 5 – 11 ปี

สอนให้เด็กมีทักษะการเขียนและทักษะด้านตัวเลข การศึกษาในระดับนี้เน้นเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อศึกษาต่อมัธยมศึกษาต่อไป

Secondary School – ระดับมัธยมศึกษา (Year 7 – Year 11) อายุ 11 – 16 ปี

การขึ้นชั้นเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นการขึ้นชั้นเรียนได้โดยอัตโนมัติไม่มีสอบตก จนถึงอายุ 16 ปี โดยการศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักรจะสิ้นสุดที่ Year 11 และมีกำหนดให้นักเรียนสอบ GCSE เพื่อวัดระดับความรู้ความสามารถ

GCSE (General Certificate of Secondary Education)

เป็นวุฒิการศึกษาที่รับรองว่านักเรียนได้สอบผ่านวิชาที่กำหนด การสอบนี้จะมีขึ้นก่อนสิ้นสุดการศึกษาภาคบังคับ (Year 11) โดยนักเรียนจะต้องเลือกสอบประมาณ 8 – 12 วิชา โดยผลการสอบจะแบ่งเป็น 7 ระดับ คือ เกรด A, B, C, D, E, F, G ผู้ที่สอบได้เกรด C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน และนักเรียนที่สอบ GCSE ได้แล้ว (อย่างน้อย 5 วิชา) หากต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จะต้องศึกษาต่อตามระบบอีก 2 ปี ในระบบ A-Level หรือ International Baccalaureate (IB)

Further Education – ระดับอาชีวศึกษา อายุ 16 ปีขึ้นไป

นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว สามารถเลือกเรียนตามระบบในระดับ Sixth Form หรือเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรสาขาวิชาชีพก็ได้ แต่สำหรับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจะต้องเลือกศึกษาตามระบบ โดยสามารถเลือกเรียนได้สองหลักสูตร คือ A-Level และ International Baccalaureate (IB)

  • A-Level เป็นวุฒิการศึกษาที่วัดความรู้ความสามารถทางวิชาการของนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 16 – 18 ปี หลักสูตร A-Level เป็นหลักสูตรสองปี (Year 12 และ Year 13) โดยส่วนใหญ่นักเรียนจะเลือกเรียนประมาณ 3 – 4 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น วิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือทางด้านภาษา ผลการสอบ A-Level มี 6 ระดับ คือ A*, A, B, C, D, E มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะพิจารณารับผู้เรียนที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป และบางแห่งอาจรับเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนระดับ A*, A และ B เท่านั้น

International Baccalaureate (IB)

เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกว่า 143 ประเทศทั่วโลก ตัวหลักสูตรแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามกลุ่มอายุของผู้เรียน คือ หลักสูตรการศึกษาระดับต้น ระดับกลาง และระดับประกาศนียบัตร สำหรับนักเรียนอายุระหว่าง 16 – 19 ปี จะเรียนในระดับประกาศนียบัตร ซึ่งเป็นหลักสูตร 2 ปี โดยนักเรียนจะต้องเลือกเรียนวิชาต่าง ๆ จาก 6 กลุ่มวิชาหลัก ได้แก่ Language and Literature, Second Language, Individuals and Societies, Experimental Sciences, Mathematics และ Arts and Electives นอกจากวิชาเรียนทั้ง 6 กลุ่มสาระดังกล่าวแล้ว นักเรียนยังจะต้องผ่านการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรอีก 3 กิจกรรม คือ Extended Essay (เขียนบทความไม่ต่ำกว่า 4,000 คำ), Theory of Knowledge (เข้าคอร์สเรียนไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง และเขียนบทความไม่ต่ำกว่า 1,200 – 1,600 คำ) และ Creativity/Action/Service (ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เล่นกีฬา และทำกิจกรรมเพื่อสังคม)

Higher Education – ระดับอุดมศึกษา อายุ 18 ปีขึ้นไป

หลังจากได้รับวุฒิ A-Level หรือเทียบเท่า นักเรียนก็จะสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อได้ โดยสมัครผ่าน UCAS (www.ucas.com)

ประเภทของโรงเรียน

โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรจะมีการแบ่งโรงเรียนเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ โรงเรียนรัฐบาลซึ่งชาวอังกฤษจะได้รับสิทธิ์เรียนฟรี และโรงเรียนเอกชน สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาที่สหราชอาณาจักร จะสามารถเข้าเรียนได้เฉพาะโรงเรียนเอกชนเท่านั้น นอกจากนี้ โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรยังแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โรงเรียนแบบประจำ (Boarding School) และโรงเรียนแบบไป-กลับ (Day School) ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้มีทั้งโรงเรียนหญิงล้วน ชายล้วน และสหศึกษา

ปีการศึกษา

โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรนั้นจะแบ่งภาคการศึกษาเป็น 3 เทอมต่อหนึ่งปีการศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนของทุกปี คือ

  • ภาคต้น หรือ Autumn Term: ต้นเดือนกันยายน – กลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง หรือ Spring Term: ต้นเดือนมกราคม – ปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย หรือ Summer Term: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนกรกฎาคม
+ หลักสูตรภาษาอังกฤษ

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

CETA เป็นตัวแทนของสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพมากมายหลายแห่งในประเทศอังกฤษ

นักเรียนจะได้รับประโยชน์จากการสื่อสารภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

CETA เป็นตัวแทนของสถสบันสอนภาษาที่มีคุณภาพมากมายหลายแห่งในประเทศอังกฤษ นักเรียนที่สนใจสามารถเลือกเรียนดปรแกรมที่สนใจได้ตามระยะเวาที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ นักเรียนจะได้รับประโยชน์จากการสื่อสาภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง ลักษณะของโรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไปซึ่งบางแห่งจะเป็นการเรียนภาษาในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือศูนย์ภาษาเอกชน

+ หลักสูตรอุดมศึกษา/หลักสูตรวิชาชีพ

หลักสูตรอุดมศึกษา/หลักสูตรวิชาชีพ

CETA เป็นตัวแทนสถาบันที่เปิดสอนระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

หลังจากที่นักเรียนเรียนจบระดับมัธยมศึกษาจากอังกฤษนักเรียนมีทางเลือกที่จะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้หลายทาง

หลักสูตรอุดมศึกษา/หลักสูตรวิชาชีพ

Foundation (การศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย)

คอร์ส Foundation เป็นคอร์สที่เตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีพื้นฐานในสาขาวิชาเฉพาะต่างๆ เช่น ศิลปะ การออกแบบ แฟชั่น การเงินและการจัดการ เป็นต้น หรือมีผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด คอร์ส Foundation จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนในการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่จบการศึกษาในหลักสูตร GCSE และ IGCSE หรือมีวุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ มีระยะเวลาเรียนประมาณ เดือนถึง ปี หลังจากนั้นนักเรียนสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้หากผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด

 

สถาบันที่เปิดสอนคอร์ส foundation อาทิเช่น 

Bellerbys College และ Istituto Marangoni หรือใน International Study Center ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น University of Huddersfield,  Keele University, Kingston University London และ University of Sussex เป็นต้น

+ ขั้นตอนการสมัคร

ขั้นตอนการสมัคร

CETA ……………………………………………..

• หลักสูตรมัธยม
• หลักสูตรภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนการสมัครเรียน

หลักสูตรมัธยม

ขั้นตอนการสมัครเรียน

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

เอกสารประกอบการสมัครเรียน

  1. ใบสมัครของสถาบันทีกรอกข้อมูลสมบูรณ์แล้ว
  2. หลักฐานการศึกษา (Transcript) ฉบับภาษาอังกฤษ ย้อนหลัง 2 ปี
  3. จดหมายรับรอง (Letters of Recommendation) จากสถาบันการศึกษาเดิม
  4. เอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) หรือตามที่สถาบันระบุไว้ในใบสมัคร
  5. ค่าสมัคร หาระบุไว้ในใบสมัคร

** หมายเหตุ : เอกสารและระยะเวลาขึ้นอยู่กับ

  • หลักสูตรที่สมัครเรียน
  • สถาบันการศึกษา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

  •  
  •  
  •  
  •