ประเทศออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย มีทะเลทรายที่กว้างใหญ่ ชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่โดดเดี่ยวมานาน ดังนั้นธรรมชาติจึงถูกทำลายน้อยมาก ที่นี่มีสัตว์ และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่พบเห็นในดินแดนอื่น เช่น จิงโจ้ หมีโคอาล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด สัตว์และพืชหายากเหล่านี้คงมีให้เห็นอีกนาน เพราะชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม และการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นอย่างมาก
ประเทศออสเตรเลียมีประชากรประมาณ 21 ล้านคน ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปที่มาตั้งรกรากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปีพ.ศ. 2543 มีผู้อพยพใหม่เข้ามาถึง 5.9 ล้านคนทำให้ประชากรเกือบสองในเจ็ดของออสเตรเลียเกิดในต่างประเทศหลังจากการเลิกนโยบายออสเตรเลียขาวในปีพ.ศ. 2516 รัฐบาลออสเตรเลียได้พยายามส่งเสริมความสามัคคีระหว่างเชื้อสายต่าง ๆบนพื้นฐานของพหุวัฒนธรรม ในช่วงปีพ.ศ. 2548 ถึง 2549 มีผู้อพยพเข้ามากกว่า 131,000 คน ส่วนใหญ่มาจากทวีปเอเชียและโอเชียเนีย
ประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลีย ได้แก่ชาวอะบอริจินบนแผ่นดินหลัก และชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสซึ่งมีทั้งหมด 410,003 คนใน ปี พ.ศ. 2544 (ร้อยละ 2.2 ของประชากร)
ออสเตรเลียไม่มีศาสนาประจำชาติ จากการสำรวจสำมะโนครัวใน ปี
ตลอดทั้งปีออสเตรเลียจะมีฟ้าใส และแดดแรง โดยเฉพาะตามเมืองชายทะเล และเมืองในแถบทะเลทราย จึงควรป้องกันการถูกแดดเผา โดยการใส่หมวกปีกกว้างและทาครีมกันแดดเสมอ
เขตเวลา ประเทศออสเตรเลียแบ่งออกเป็น 3 เขตเวลา (Time Zone)เนื่องจากในฤดูร้อนของออสเตรเลียจะมีช่วงกลางวันยาวนานกว่าช่วงกลางคืน จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในทุกรัฐ ยกเว้น รัฐควีนสแลนด์ และรัฐออสเตรเลียตะวันตก
ประมาณหนึ่งในห้าของชาวออสเตรเลียเกิดในประเทศอื่น ออสเตรเลียจึงเป็นสังคมหลายชนชาติ หลายวัฒนธรรม ดังนั้น วันสำคัญจึงมีตั้งแต่การฉลองตรุษจีน ประเพณีสงกรานต์ ไปจนถึงงานลอยกระทง คุณภาพชีวิตของชาวออสเตรเลียจัดได้ว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สภาพแวดล้อมที่สะอาด บริการสาธารณสุข การศึกษา และวิถีชีวิตในออสเตรเลียเมื่อประกอบกันแล้วทำให้ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่น่าอยู่ ที่สุดแห่งหนึ่ง
ระบบการเรียนการสอนออสเตรเลียมีระบบการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาอย่างดี โดยมีอัตราการเข้าเรียนสูงที่สุด ประเทศหนึ่งในโลก โดยเฉลี่ยชาวออสเตรเลียได้รับการศึกษาในระดับประถมและมัธยม เป็นระยะเวลานานกว่านักเรียนในหลายๆ ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี และ สหราชอาณาจักร ในแต่ละปีมีนักศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาต่อในออสเตรเลียเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติปัจจุบัน ออสเตรเลียจัดอยู่ในอันดับ 4 ของแหล่งการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ประชาชนชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญในการศึกษา จากการสำรวจนักเรียนชาวออสเตรเลียนั้นมีผลการศึกษาดีที่สุดในบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษด้วยกัน นอกจากนั้นระบบการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย ยังสนับสนุกให้นักเรียน ทำกิจกรรม เล่นกีฬา และศึกษาหาความรู้ในด้านที่ตัวเองถนัด เช่น ศิลปะ แฟชั่น ถ่ายภาพ การแสดง เป็นต้น
ไฟฟ้าและน้ำประปาใช้กระแสไฟฟ้า 240-250 V, AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แต่เป็นปลั๊กแบบ 3 ขา ถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากเมืองไทยต้องใช้ Adapter ซึ่งหาซื้อได้ในประเทศไทยและออสเตรเลีย ที่ออสเตรเลียน้ำประปาสะอาดสามารถใช้สำหรับดื่มได้ โดยปกติจะมีก๊อกน้ำเย็นและน้ำร้อน นักเรียนสามารถดื่มน้ำจากก๊อกน้ำเย็นได้ สำหรับน้ำจากก๊อกน้ำร้อนจะเอาไว้ใช้สำหรับอุปโภคไม่ควรใช้บริโภค
ศาสนา
ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ แต่เนื่องจากประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาจึงมีศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธ อิสลาม และยิว ในบางรัฐมีวัดไทย เช่น เมลเบิร์น ซิดนีย์ แคนเบอร์รา แอดดิเลด เป็นต้น
การเมืองการปกครองออสเตรเลียปกครองระบบสหพันธรัฐ โดยรัฐบาลของออสเตรเลียแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ รัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น ออสเตรเลียมีการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มั่นคง ระบอบการปกครองของออสเตรเลียเป็นการ ผสมผสานของประชาธิปไตยเสรีนิยมของสหราชอาณาจักรและอเมริกาเหนือ แต่ยังคง ลักษณะเฉพาะตัวในแบบของออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีพรรคการเมืองหลักสามพรรค ได้แก่พรรคแรงงานออสเตรเลีย พรรคเสรีนิยม และพรรคชาติ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2465 รัฐบาลของสหพันธ์มาจากพรรคแรงงาน หรือเป็นรัฐบาลผสมของพรรคเสรีนิยมและพรรคชาติ [20] ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ มาจากพรรคแรงงาน พรรคอื่นๆที่มีบทบาทได้แก่ออสเตรเลียนเดโมแครต และออสเตรเลียนกรีนส์ โดยมักได้ที่นั่งในวุฒิสภา
ออสเตรเลียประกอบด้วยรัฐใหญ่ 6 รัฐ ได้แก่
New South Wales (NSW)
Victoria (VIC)
รัฐ Queensland มีเมืองหลวง คือ บริสเบน (Brisbane) ควีนสแลนด์ หรือ รัฐแห่งแสงแดด (Sunshine State) เป็นรัฐแห่งการท่องเที่ยวและมีแสงแดดอบอุ่นตลอดทั้งปี มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของประเทศ มีหาดทรายขาวสะอาด ป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์
รัฐ Western Australia มีเมืองหลวง คือ เพิร์ธ (Perth) ออสเตรเลียตะวันตกเป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด กินเนื้อที่เกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 12,500 กิโลเมตร อาชีพสำคัญของประชากรคือการทำประมงและทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเพชรได้มากเป็นอันดับสามของโลก เพิร์ธเป็นเมืองสะอาด สวยงามและอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด
South Australia (SA)
Tasmania (TAS)
รัฐ Australian Capital Territory มีเมืองหลวง คือ แคนเบอร์รา (Canberra) มณฑลเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะตัวเมืองทันสมัย เป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศ องค์กรระดับชาติ และหน่วยงานสถานทูตของประเทศต่างๆ จุดเด่นของเมือง คือการวางผังเมืองที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยทั้งสวนสาธารณะ ทะเลสาบ และธรรมชาติที่สวยงามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
รัฐ Northern Territory มีเมืองหลวง คือ ดาร์วิน (Darwin) มณฑลตอนเหนือ หรือ Outback State เป็นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย เนื้อที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งและเป็นทะเลทราย ประกอบด้วยพื้นที่ส่วนที่เป็นหินไปจนถึงหุบผาใหญ่ เนินทรายขนาดใหญ่ ทะเลสาบ และหน้าผาที่สูงชัน ซึ่งสร้างสรรค์การท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติอันยิ่งใหญ่